ARTICLES

Train your brain to build positive affirmation

     ฝึกสมองของคุณให้สร้างคำพูดในแง่บวกกับตัวเอง

“ใครคือคนที่กดดันคุณมากที่สุด” แว้บแรกคุณอาจจะตอบว่า เจ้านาย หรือ เพื่อนร่วมงาน คนที่บ้านคุณหรือคนอื่นๆ แต่ถ้าหากคุณหยุดคิดทบทวน แล้วพบว่าคนที่กดดันตัวคุณมากที่สุด ก็คือ “ตัวคุณเอง” 

การฝึกตัวเองให้เป็นคนมองโลกในแง่ดี หรือเป็นคนแบบ Optimistic เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ใช้สร้างความสุขตามแนว จิตวิทยาเชิงบวก หรือ Positive Psychology การมองโลกในแง่ดี หรืออธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในมุมบวก จะช่วยให้คุณกำจัดอารมณ์ที่ขุ่นมัว และสร้างอารมณ์เชิงบวก หรือ Positive Emotion ได้อย่างไม่ยาก และในความเป็นจริง อารมณ์เชิงบวกมีผลดีกับทั้งสมองและร่างกายของเรา

คนที่เข้าข่ายมองโลกในแง่ดี ตามองค์ความรู้ของ ดร.มาร์ติน เซลิกแมน (Dr. Martin Seligman) ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งจิตวิทยาเชิงบวกของโลกนั้น มีการกล่าวถึงสไตล์การอธิบายเรื่องราวต่างๆ (Explanatory Style) ที่เกิดขึ้นอยู่หลายแง่มุม เปรียบเทียบกันระหว่างคนที่มองโลกในแง่ดี (Optimistic) และคนที่มองโลกในแง่ร้าย (Pessimistic) 
ซึ่งคนสองกลุ่มนี้จะอธิบายเรื่องเดียวกันในแง่มุมที่ แต่งต่างกัน เช่น เวลาประสบความสำเร็จ คนที่มองโลกในแง่ดีมักจะบอกตัวเองว่า ชั้นนี่เก่งซะจริง ในขณะที่คนที่มองโลกในแง่ร้ายอาจจะบอกว่า รอบนี้ชั้นฟลุ้ค (ทั้งๆที่ตั้งใจทำงานหามรุ่งหามค่ำ) สำหรับสไตล์การอธิบายเรื่องราวต่างๆ อาจจะค่อยๆมาทยอยเล่าให้ฟังกันนะคะ แต่สำหรับคนที่ชอบกดดันตัวเอง หรือบางครั้งชอบโทษตัวเองเวลามีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้น เราสามารถลองเอาเทคนิกการสร้างคำพูดเชิงบวกไปใช้ได้อย่างง่ายๆคะอย่างที่เราอาจจะรู้กันว่า ยิ่งเรา ได้ยินข้อความ ๆ หนึ่งมากเท่าไหร่ ก็มีความเป็นไปได้ว่าเราจะซึมซับคำพูดเหล่านั้นได้มากขึ้น แทนที่เราจะใส่คำพูดเชิงลบหรือคำพูดกดดันตัวเองเข้าไปให้รู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า เราก็ควรจะฝึกสร้างคำพูดเชิงบวกให้กับสมองของเราได้รับรู้และจดจำว่า เราเป็นใคร มีคุณสมบัติและความสามารถอะไรจริงๆ เมื่อเน้นย้ำข้อความในแง่บวกหลาย ๆรอบอย่างเชื่อมั่นเวลาที่มีโอกาสเราก็จะฝึกสมองของตัวเองให้คุ้นเคยกับข้อความเหล่านั้น

เราอาจจะเลือกถ้อยคำที่เราเชื่อมั่น ซื่อสัตย์ต่อตนเอง และสะดวกใจที่จะใช้มันจริงๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นถ้อยคำเว่อร์วังอลังการ เราอาจจะแค่บอกตัวเองว่า “ชั้นเป็นคนมีความพยายาม เคยประสบความสำเร็จจากเรื่องนี้มาแล้ว ” หรือ “ชั้นเรียนรู้เร็ว และยังมีเวลาทำอีกตั้งเยอะ” เราไม่จำเป็นที่จะต้องพูดออกมาเสียงดังเพื่อให้คนอื่นได้ยินก็ได้นะคะ แต่เวลาเราพูดกับตัวเอง เราต้องพูดพร้อมกับพลังที่จะให้กำลังใจกับตัวเองจริงๆ

ปล. การสร้างคำพูดในแง่บวกเพื่อให้กำลังใจและฝึกตัวเองต่างจากการหลอกตัวเองไปวันๆว่าเราดี เราเก่งโดยที่ไม่มองภาพความเป็นจริงหรือยอมลุกขึ้นมาทำอะไร มากนะคะ และเป็นเรื่องน่าแปลกใจ ที่มีคนมากมายทั้งในองค์กร และนอกองค์กรที่ตั้งใจทำงาน ตั้งใจใช้ชีวิต แต่บางครั้งกลับมุ่งเน้นความคิดของตัวเองไปที่ประสบการณ์เชิงลบ มีคำพูดถึงตัวเองในแง่ลบอยู่ในสมองบ่อยๆ และหลายครั้งลืมที่จะให้เครดิตกับตัวเอง บางครั้งการชมตัวเองเบาๆ สร้างคำพูดเชิงบวกกับตัวเอง (Positive Self talk) แล้วเอามันมาแทนคำพูดเชิงลบก็จะช่วยปรับความคิดและทัศนคติของเรา และแน่นอนที่สุดความคิดเราเปลี่ยนเป็นบวกแล้ว อารมณ์และการกระทำของเราก็จะเปลี่ยนตามคะ

เราพูดกับคนอื่นด้วยถ้อยคำหวานๆมาเยอะแล้ว อย่าลืมพูดดีๆกับตัวเองด้วยนะคะ