ARTICLES

Challenge limited thought of others

     การท้าทายความคิดแบบมีข้อจำกัดของผู้อื่น

การท้าทายความคิดแบบมีข้อจำกัดมีประโยชน์หลายอย่างคะ อย่างน้อยก็ช่วยให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ๆ เปิดโอกาสที่จะประสบความสำเร็จและช่วยให้เราค้นพบวิธีการแก้ปัญหาค่ะ

หลายครั้งที่คนรอบตัวเรามักมีความคิดอยู่ในกรอบ และมักมีมุมมองเดิมๆ หรือพูดแบบซ้ำๆว่า “ทำไม่ได้” “ไม่เคยทำ” “ไม่มีประสบการณ์” ถ้าหากวิเคราะห์ให้ลึกลงไป เบื้องหลังคำพูดเหล่านั้นก็คือความรู้สึกไม่มั่นใจ กังวล และกลัวข้อผิดพลาด นอกจากนี้มันง่ายกว่ามากค่ะที่จะพูดคำพูดเหล่านั้นออกมา แทนการรับผิดชอบหรือรวบรวมความกล้าและลุกขึ้นมาลองทำในสิ่งที่ตนเองไม่มั่นใจหรือไม่เคยทำ และหลายครั้งที่เรามักสังเกตุเห็นว่าคำพูดแบบมีข้อจำกัดเหล่านี้กลายเป็นคำพูดติดปากของใครหลายๆคน

ซึ่งถ้าหากเราสามารถท้าทายความคิดนอกกรอบและช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับคนเหล่านั้น สิ่งที่พวกเขาจะได้รับก็คือ ประโยชน์กับตัวเขาเอง กับทีมงานและกับภาพรวมในองค์กร

โดยปกติเมื่อมีคนพูดความคิดแบบมีข้อจำกัดให้เราฟัง เช่น เมื่อเพื่อนร่วมงานพูดกับคุณว่า “โปรเจ็คของฉันยังไปไม่ถึงไหนหรอก ไม่มีใครเลยในทีมนี้ที่อยากจะให้ความร่วมมือ” วิธีที่เรามักจะถนัดและใช้เป็นประจำในการรับมือกับคำพูดแบบนี้ก็คือ

1) เรามักจะถาม เหตุผล และขุดคุ้ยว่าเหตุใดเขาจึงมี ความคิดอย่างที่กล่าวมา คุณอาจจะถามว่า “ทำไมถึงคิดอย่างนั้นหล่ะ” “เกิดอะไรขึ้นเหรอ” และผลลัพธ์ที่เรามักจะได้รับก็คือการระบายความเครียด
ความคับแค้นใจหรือประสบการณ์ที่ไม่ดีที่คนคนนั้นเคยได้รับ หรือ

2) เราอาจจะพูดในแง่ดีและพยายามให้อีกฝ่ายหนึ่งมองเห็นมุมอื่นๆที่ต่างออกไป เช่น เราอาจจะพูดโน้มน้าวว่าในทีมนั้นมีใครบ้างที่มีน้ำใจ
เราเคยได้รับประสบการณ์ดีดีจากการทำงานกับทีมนั้นอย่างไร เราจะหาเหตุผล และคำพูดสารพัดมาเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้สึกดีและคิดในแง่บวกมากขึ้น

สำหรับวิธีการที่อยากจะนำเสนอ เพิ่มเติมก็คือ จากวิธีที่ 1 ที่หลายครั้ง เราอาจจะสอบถามเรื่องราวและสาเหตุไปอย่างนั้นเอง หรือฟังอีกฝ่ายบ่นให้จบๆไป ลองเปลี่ยนมาเป็นการฟังอย่างเข้าใจ และใช้การสะท้อนกลับ (Reflecting) เทคนิกนี้จะช่วยให้อีกฝ่ายได้ยินคำพูดและความคิดของตนเองได้ชัดเจนและถนัดขึ้น บางครั้งอาจจะได้ยินข้อจำกัด หรือความคิดเชิงลบที่ไม่ยุติธรรม รวมถึงได้เกิดการตระหนักรู้จากการได้ยินสิ่งที่ตัวเองเป็นคนพูดออกมา

ส่วนเทคนิกเพิ่มเติมที่เราสามารถใช้เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งมีมุมมองใหม่ๆ ก็คือ จากปกติที่เราชักแม่น้ำทั้งห้าและพยายามโน้มน้าวให้อีกฝ่ายหนึ่งเชื่อและมองในแง่ดี อาจจะลองเปลี่ยนจากการโน้มน้าวชวนเชื่อไปเป็นการตั้งคำถามเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ลองคิดและพิจารณาด้วยตัวเอง

คำถามที่หยิบยกขึ้นมาอาจจะเป็นคำถามที่ทำให้อีกฝ่ายใช้ความคิดเพื่อหามุมมองที่ต่างออกไป เช่น ในกรณีข้างต้น อาจจะลองถามว่า “ใครเป็นคนที่มีน้ำใจมากที่สุดในทีมนั้น” หรือ “ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา เราเคยได้รับ Support ใดจากทีมงานนั้นบ้าง”

การตั้งคำถามเพื่อให้อีกฝ่ายคิดจะเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการค้นหาคำตอบ และได้ใช้โอกาสในการพิจารณาความจริงและเหตุผลในอีกมุมหนึ่ง วิธีการนี้ช่วยเปิดมุมมองทางความคิดของอีกฝ่ายด้วยตนเอง แทนการนำเสนอหรือการยัดเยียดมุมมองของเราให้แก่เขา ซึ่งถ้าหากการค้นพบเรื่องใหม่ๆ หรือมุมมองที่แตกต่างนั้นเกิดขึ้นด้วยตนเอง หรือ Self discovery แล้วละก็ ผลกระทบในทางที่ดีและการยอมรับสิ่งนั้นย่อมมีมากกว่าการถูกโน้มน้าวจากผู้อื่นคะ