ARTICLES

Learn To Challenge Your Negative Thoughts

     เรียนรู้การท้าทายความคิดในแง่ลบ

“นี่ไม่ใด้อยู่ใน Scope งานของผม ผมคงไม่ทำหรอกครับ” คำพูดนี้เป็นตัวอย่างคำพูดที่ท่านผู้บริหารบริษัทแห่งหนึ่งแชร์ประสบการณ์กันในคลาสเทรนนิ่งว่า 

ลูกน้องของท่านได้พูดแบบนี้ออกมา ตอนที่ท่านมอบหมายงานโปรเจคสำคัญให้ ซึ่งจริงๆแล้วถือเป็นโอกาสที่ดีในการพิสูจน์ความสามารถ แต่ลูกน้องของท่านกลับมองไม่เห็นคะ แน่นอนที่สุด คำพูดแบบจำกัดความสามารถและความพยายามมักเป็นสิ่งที่เราได้ยินคนอื่นๆ ทั้งลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือแม้แต่ตัวเอง พูดออกมาโดยอาจจะปราศจากการไตร่ตรองว่าความคิดและคำพูดเหล่านั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แล้วทุกครั้งที่ความคิดและคำพูดในแง่ลบเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคำพูดที่เราได้ยินจากคนอื่น หรือคำพูดของตัวเอง (Self-Talk) เราเองจะเลือกวิธีตอบโต้กับสิ่งนั้นได้อย่างไร 

ถ้าปล่อยตัวเองให้เชื่อข้อจำกัดเหล่านั้นโดยไม่คิดวิเคราะห์อีกครั้งให้ถี่ถ้วน หรือไม่แม้แต่ตั้งคำถาม เราเองก็อาจจะพลาดโอกาสที่จะได้ลองทำสิ่งใหม่ๆที่ท้าทายความสามารถ รวมถึงไม่กล้าแม้แต่จะออกจาก Comfort Zone ของตนเองค่ะ ในขณะที่หากเราเป็นหัวหน้า และไม่ยอมท้าทายความคิดหรือคำพูดเชิงลบแบบนั้นเราเองก็อาจจะพลาดโอกาสในการดึงศักยภาพของลูกน้องออกมาใช้อย่างเต็มที่

สำหรับอาทิตย์นี้จะขอเริ่มด้วยการนำเสนอการท้าทายความคิดและคำพูดแบบมีข้อจำกัดของตัวเองก่อนนะคะ

เวลาเรามีความคิดและคำพูดที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดเกิดขึ้น เรามักจะหมกมุ่นและคิดต่อไม่ยอมจบคะ เช่น “ชั้นคงไม่สามารถ Present ข้อมูลโปรเจคนี้กับผู้บริหารได้หรอก” อีกเพียงเสี้ยววินาทีหนึ่งคุณอาจจะคิดต่อว่า “รอบที่แล้วแค่ยืน Present กับนายตัวเอง ขาชั้นยังสั่นงักๆ” และความคิดเชิงลบอีกหลายอย่างก็จะตามกันมาเป็นซีรี่ย์ ซึ่งจริงๆแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นแบบนี้เป็นเรื่องปกติค่ะ

สมองของเรามักจะมุ่งตรงไปยังเหตุการณ์ในเชิงลบได้อย่างรวดเร็ว และยิ่งเรา Focus ความคิดเหล่านั้นมากเท่าไหร่ ดูเหมือนพวกมันจะใหญ่ขึ้นและสลักสำคัญมากกว่าที่เป็น หากจะต่อสู้กับความคิดดังกล่าว เราสามารถเริ่มต้นด้วยการตระหนักรู้ก่อนนะคะว่าเรามีความคิดเหล่านั้น หลังจากที่รู้แล้วให้เราแยกตัวเองออกจากความคิดในแง่ลบ อย่างน้อยไม่หมกมุ่นหรือร่วมขบวนการไปกับมัน สร้างระยะห่างของตัวเรากับความคิดที่มีข้อจำกัดเหล่านั้น 

การบ่มเพาะนิสัยของการดึงตัวเราเองออกจากความคิดในแง่ลบที่ไม่ยุติธรรมจะช่วยให้เรา มีสติมากขึ้น และสามารถท้าทายสิ่งเหล่านั้นได้ดีขึ้นค่ะ เมื่อเรามีสติมากขึ้น เราสามารถถามตนเองได้ว่า ความคิดที่มีข้อจำกัดเหล่านั้นเป็นจริงใช่ไหม เช่น การที่เราบอกว่า “เราคงไม่สามารถจะ present โปรเจคนี้กับผู้บริหารได้” คำถามที่ถามตัวเองได้ง่ายๆ ก็คือ “จริงหรือ” ถ้าเราซื่อสัตย์กับตนเองมากพอ หลายครั้งเราจะพบคำตอบคะ ว่า “ไม่จริง....เราทำอะไรได้มากกว่านั้น”

ซึ่งการท้าทายความคิดในแง่ลบของตนเองคือการสร้างก้าวแรกหรือการช่วยเปิดประตูให้เราได้มีโอกาสลองคิดพิจารณาดู หรือสร้างความกล้าให้เราได้ลองลงมือทำแทนที่จะจมอยู่กับข้อจำกัดที่บางครั้งอาจจะไม่มีอยู่จริง

สัปดาห์หน้าจะมาให้เทคนิกการท้าทายความคิดเชิงลบและข้อจำกัดของผู้อื่นค่ะ