ARTICLES

Everyone Falls but only some can see benefits of falling down

     วันนี้ได้รับข่าวร้ายเรื่องงาน คือถูกปฏิเสธ จากลูกค้าสำคัญเจ้าหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกค้าที่หมายมั่นปั้นมือไว้ การไม่ได้งานจากลูกค้าเจ้านี้ อาจหมายถึง แรงและเวลาที่ต้องลงเพิ่มอีกมากเพื่อหาลูกค้าเจ้าใหม่ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้ยิ้มออก คือประสบการณ์ที่ได้จากเหตุการณ์นี้ 

เมื่อแพ้หรือล้ม เจอกับเหตุการณ์ที่ผิดหวัง หลายๆคน ก็มักจะพูดว่า “เบื่อ” หรือ “เซ็ง” และคำเหล่านี้มักจะมาพร้อมกับ “การทอดอารมณ์” บางคนทอดนานหลายชั่วโมง หลายคนทอดเป็นวันๆ นี่ถ้าเป็นกล้วยแขกก็คงจะไหม้ดำ ติดกระทะไปเรียบร้อยแล้ว การอยู่ในอาการ “เบื่อ”และ”เซ็ง” นั้น เท่ากับการปล่อยให้ตัวเอง อยู่ใน Negative Emotion ที่ไม่ได้เอื้อต่อ การทำงานของสมอง หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแต่อย่างใด เราจึงเห็นว่าหลายคนมักจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ หรือไม่อยากทำอะไรเลย ทำนองว่า ไม่มีอารมณ์ อยากอยู่เฉยๆ

ข้อดีอย่างหนึ่งของการมี Proactive และ Positive Mindset คือ ความสามารถในการลุกขึ้นมายืนได้ใหม่ หลังจากล้มแบบไม่เป็นท่า เป็นการลุกขึ้นยืนที่ใช้เวลาไม่มาก แบบล้มแล้วก็ลุกเลย โดยใช้พื้นฐานความคิดว่า ความผิดหวัง หรือความพ่ายแพ้ไม่ได้อยู่ตลอด เป็นเหตุการณ์ชั่วคราวที่เกิดขึ้น วันนี้แพ้ แต่ไม่ได้แปลว่าต้องแพ้เสมอไป พรุ่งนี้อาจจะชนะก็ได้ 

ถามว่าล้มแล้วไม่เจ็บหรือ การมีแนวคิดแบบ Proactive และ Positive Mindset ไม่ได้สอนให้คุณหลอกตัวเองแล้วตอบว่า “ ไม่เจ็บ” แต่การมีแนวคิดแบบนี้จะสอนให้คุณคิดแบบ Realistic Optimism คือยอมรับกับตัวเองว่า “ใครล้มก็เจ็บทั้งนั้น และชั้นเองก็ไม่ใช่คนเดียวทีเคยหกล้ม” ประเด็นสำคัญคือ นอกจากคุณจะ มีความคิดในเชิงบวกแล้ว คุณยังต้อง Proactive และถามตัวเองให้ได้ว่า 

“ฉันจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องหกล้มท่าเดิมอีก”

และการลุกขึ้นมาทำอะไรซักอย่างเพื่อป้องกันความผิดพลาดเดิมๆก็คือคำตอบ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณได้รับการตอบรับแทนการปฏิเสธในอนาคต